วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

อินเทอร์เน็ตกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง

เทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว  และทุกวันนี้เราจะเห็นเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน จนอาจกล่าวได้ว่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ ในทุก ๆ วัน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ถูกพัฒนาให้มีความเจริญก้าวหน้าและขยายตัวอย่างรวดเร็ว สามารถเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การโทรคมนาคม ด้านการแพทย์ การศึกษา เป็นต้น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก และที่สำคัญแนวโน้มการเรียนรู้ในอนาคต เป็นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง anyone, anyhow, anytime และ anywhere เป็นการเรียนรู้ที่เน้นการมีปฏิสัมพันธ์กัน จำเป็นที่นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ต้องพัฒนาคนในองค์กรก่อนสิ่งอื่นใดให้จงได้ โดยพัฒนาให้เขามี personal mastery และ life long learning นอกจากนั้นแล้วการเรียนรู้ด้วยตนเอง คือการเรียนรู้ที่เกิดจากแรงจูงใจของแต่ละบุคคล เหมาะสมกับสภาวการณ์ของสังคมปัจจุบัน ความสำเร็จของการเรียนรู้ด้วยตนเอง นั้นมีเงื่อนไขและปัจจัยหลักอยู่ที่ตัวผู้เรียน ที่ต้องมีวินัย ความมุ่งมั่นและนิสัยใฝ่เรียน ใฝ่รู้ ดังนั้น การเรียนรู้ด้วยตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยสถาบันทางสังคมทุกภาคส่วน โดยเฉพาครอบครัวและสถานศึกษาที่ส่งเสริมหรือจูงใจให้เกิดการเรียนรู้การเรียนรู้ได้ด้วยตนเองถือว่าสุดยอดของการเรียนรู้ ดังนั้น เพื่อสามารถก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปและสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มคุณค่าของตน องค์กรและประเทศชาติต่อไป 
ความหมายของระบบอินเทอร์เน็ต
            ระบบอินเทอร์เน็ต จัดได้ว่าเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์จำนวนมาก ที่ทำการเชื่อมต่อระบบ เข้ากันภายใต้มาตรฐานการสื่อสารของ (Protocol)  เดียวกัน  จนเกิดเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่  ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น สามารถรับส่งข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก  ในรูปแบบต่างๆ อันได้แก่ การแสดงผลของข้อมูลในรูปแบบตัวอักษร รูปภาพ  รวมไปถึง ปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปในลักษณะของมัลติมีเดียควบคู่การแสดงผลข้อมูลเพื่อให้เกิดความน่าสนใจและศึกษามากยิ่งขึ้น  บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ มากมาย ซึ่งทำให้เกิดรูปแบบของบริการต่าง ๆ ตามมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ที่มีการเพิ่มของจำนวนการใช้งานเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน  
                ก่อนที่จะได้กล่าวถึงการนำระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง  ผู้เขียนใคร่ของกล่าวถึงความหมายของอินเทอร์เน็ตก่อน  เพื่อให้เข้าใจถึง
ลักษณะของระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ดังนี้
ระบบอินเทอร์เน็ตเป็นเสมือนใยแมงมุมที่ครอบคลุมทั่วโลก ในแต่ละจุดที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนั้น สามารถสื่อสารกันได้หลายเส้นทางตามความต้องการ โดยไม่กำหนด
ตายตัว และไม่จำเป็นต้องไปตามเส้นทางโดยตรง อาจจะผ่านจุดอื่น ๆ หรือเลือกไปเส้นทางอื่นได้หลากหลายเส้นทาง การติดต่อสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต นั้นอาจเรียกว่า การติดต่อสื่อสารแบบไร้มิติ หรือ Cyberspace ซึ่งหมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์หลายเครือข่ายที่แยกกัน แต่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ แม้จะใช้กฎเกณฑ์หรือมาตรฐานที่แตกต่างกันก็ตาม ดังนั้น Internet เป็นเพียงเครือข่ายหนึ่งของ Cyberspace เท่านั้น
วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ (2543)ได้ให้ความหมายว่า อินเทอร์เน็ต คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อถึงกันทั่วโลก โดยมีมาตรฐานการรับส่งข้อมูลระหว่างกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะสามารถรับส่งข้อมูลในรูปแบบต่างๆ เช่น ตัวอักษร รูปภาพ และเสียงได้ รวมทั้งสามารถค้นหาข้อมูลจากที่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
จากความหมายข้างต้นนี้จึงสรุปได้ว่า อินเทอร์เน็ต คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงเครือข่ายหลายๆเครือข่ายทั่วโลกเข้าด้วยกัน ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ต่อเชื่อมกันสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ จึงเกิดเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ ผู้ใช้สามารถสืบค้นและแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือสารสนเทศได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว และส่วนที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน


เมื่อทราบถึงความหมายของระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแล้ว  ลำดับต่อไปจะขอกล่าวถึงความจำเป็นและความสำคัญของระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนเราหลาย ๆ ด้าน ทั้งการศึกษา การค้า การพาณิชย์ และการบันเทิง เป็นต้น เนื่องจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากกระจายอยู่ทุกแห่งทั่วโลก บนอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลมหาศาลทุกสาขาความรู้ เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้  ดังนั้นจึงมีการประยุกต์ใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อประโยชน์ด้านต่างๆมากมาย (วุฒิพงศ์  พงศ์สุวรรณ, 2543, หน้า 23) ดังนี้
ด้านการศึกษา  มีการนำอินเทอร์เน็ตไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการเรียนการสอนมากขึ้น จนถือได้ว่าอินเทอร์เน็ตกลายเป็นเทคโนโลยีการศึกษาของยุคปัจจุบัน ซึ่งมีการนำมาใช้ประโยชน์ดังนี้
1.      อาจารย์และนักศึกษาสามารถค้นหาหรือสืบค้นข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ได้
ทั่วโลก  โดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านสถานที่ และเวลา (Anywhere & Anytime) นักศึกษาก็สามารถร่วมกันผลิตข้อมูลในแขนงต่าง ๆ ได้ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นต้น เพื่อเผยแพร่แลกเปลี่ยนกับนักศึกษาทั่วโลก ในขณะที่อาจารย์สามารถนำเนื้อหาทางวิชาการที่มีประโยชน์ เช่น บทความทางวิชาการ เอกสารการสอน ลงในเว็บไซต์เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษา และแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
            2.   การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้เรียนในด้านทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีระบบและเป็นอิสระ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งรวมข้อมูลมากมายมหาศาล ผู้เรียนจึงจำเป็นต้องทำการวิเคราะห์อยู่เสมอ เพื่อแยกแยะและเลือกใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์สำหรับตนเอง
            3.    พัฒนาการสื่อสารระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา ด้วยไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์   
(E-mail) ซึ่งในปัจจุบันอาจารย์จำนวนมากในหลายสถาบัน ได้ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลางในการให้การบ้าน รับการบ้าน และตรวจส่งคืนการบ้าน ในขณะเดียวกันการสื่อสารระหว่างนักศึกษา สามารถช่วยส่งเสริมการทำงานกลุ่ม การปรึกษาหารือกับอาจารย์และเพื่อนในเชิงวิชาการ ตลอดจนการติดต่อกับเพื่อนทั้งในและต่างประเทศ
            4.  เปลี่ยนบทบาทของอาจารย์และนักศึกษา การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนการสอนจะทำให้บทบาทของอาจารย์ปรับเปลี่ยนไป จากการเน้นความเป็น "ผู้สอน" มาเป็น "ผู้แนะนำ" มากขึ้น ในขณะที่กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนนักศึกษา จะเป็นการเรียนรู้ "เชิงรุก" มากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากฐานข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะเอื้ออำนวยให้นักเรียนสามารถเรียนและค้นคว้าได้ด้วยตนเอง
            5.   ก่อให้เกิดระบบการเรียนรู้แบบออนไลน์ (E-Learning) ซึ่งเป็นการศึกษา เรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้เรียนจะได้เรียนตาม
            6.    ความสามารถและความสนใจของตน โดยเนื้อหาของบทเรียนซึ่งประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพ เสียง วีดิโอและมัลติมีเดียอื่นๆ จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่าน Web Browser โดยผู้เรียน ผู้สอน และเพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อ ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้เช่นเดียวกับการเรียนในชั้นเรียนปกติ โดยอาศัยเครื่องมือการติดต่อ สื่อสารที่ทันสมัย เช่น E-mail, Web board และChat เป็นต้น จึงเป็นการเรียนสำหรับทุกคน เรียนได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ (Learn for all : anyone, anywhere and anytime)
            7.    มีการพัฒนาหนังสือหรือตำราเรียนให้ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ ที่เรียกว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book--Electronic Book)
            ด้านธุรกิจและการพาณิชย์   สำหรับวงการธุรกิจในปัจจุบันได้นำระบบอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น   ซึ่งมีการนำมาใช้ประโยชน์ได้ดังต่อไปนี้ คือ
            1.  ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ เช่น รายงานความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แหล่งข้อมูลการเงินและการลงทุน และสถานการณ์หุ้น เป็นต้น
            2.  สามารถซื้อขายสินค้า ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce--Electronic Commerce) ทำให้บริการลูกค้าได้ตลอด  24 ชั่วโมง
            3.  ผู้ใช้ที่เป็นบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถเปิดให้บริการ และสนับสนุนลูกค้าของตน ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การให้คำแนะนำ ตอบปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า แจกจ่ายตัวโปรแกรมทดลองใช้ (Shareware) หรือโปรแกรมแจกฟรี (Freeware)
เป็นต้น
            4.   การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านทางอินเทอร์เน็ต (Internet Banking)  เช่น การสอบถามยอดเงินในบัญชี การโอนเงิน และการชำระค่าสินค้าและบริการ เป็นต้น ทำให้เกิดความสะดวกในการทำธุรกิจ
            ด้านการบันเทิง  ในส่วนของวงการบันเทิงได้นำระบบอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้
ประโยชน์ได้ดังต่อไปนี้ คือ
            1.  การพักผ่อนหย่อนใจ สันทนาการ เช่น การค้นหาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า Magazine Online รวมทั้งหนังสือพิมพ์และข่าวสารอื่น ๆ โดยมีภาพประกอบ ที่จอคอมพิวเตอร์เหมือนกับวารสาร ตามร้านหนังสือทั่ว ๆ ไป
            2.  สามารถฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้
            3.  สามารถดึงข้อมูล (Download) ภาพยนตร์ตัวอย่างทั้งภาพยนตร์ใหม่ และเก่า
มาดูได้
                  เมื่อกล่าวโดยภาพรวมความสำคัญของระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น  มีทั้งความสำคัญทางตรงและความสำคัญทางอ้อมที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่เชื่อมโยงโลกถึงกันได้อย่างรวดเร็ว รับรู้ข่าวสารอันฉับไว การติดต่อสื่อสาร การถ่ายทอดความรู้ เหล่านี้เป็นต้น  ซึ่งระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร และการถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกัน  มีปฏิสัมพันธ์เพื่อสร้างเครือข่ายความรู้ให้แก่กันและกัน  และสร้างความเข็มแข็งให้กับองค์กรโดยเฉพาะการบริหารจัดการองค์กร

ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต
            อินเทอร์เน็ตเป็นระบบเครือข่ายที่โยงใยกันทั่วโลก  ซึ่งมีบริการในด้านต่าง ๆ มากมายไว้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้ ระบบเครือข่ายในรูปแบบต่าง ๆ  ซึ่งมีอย่างหลากหลายดังนี้
            1.  ด้านการค้นคว้าข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น   มีบริการสามารถที่จะเข้าไปใช้บริการค้นหาข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้   เราสามารถที่จะเข้าไปค้นหาข้อมูลที่เราสนใจใน Would Wide  Web หรือ  WWW   เช่นเข้าไปค้นหาข้อมูล อาจเป็นข้อมูลภาพและเสียง ฯลฯ  อีกมากมาย
            2.  ด้านการประชาสัมพันธ์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น มีบริการติดต่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้  องค์การหรือหน่วยงานต่าง ๆ  นิยมสร้างเว็บไซต์ (Web Site)  บนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับองค์การและบริการต่าง ๆ เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของบริษัท
            3.  ด้านข้อมูลข่าวสารบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น มีบริการอ่านข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ  ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจากมุมต่าง ๆ ได้ทั่วโลกโดยผ่านเว็บไซต์ต่าง  ๆ  ที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร  เช่น CNN  ตลอดจนหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่มีบริการข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว
            4.  ด้านการสำรองข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น มีบริการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ต่าง ๆ (Software  Download)  ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ซึ่งบริษัทผู้ผลิตมีไว้บริการ เช่น  Microsoft, ฯลฯ
            5.  ด้านการค้นคว้าข้อมูลจากห้องสมุดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น มีบริการค้นหาข้อมูลจากห้องสมุด  (Explore  Libraries)  ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งในระบบเครือข่ายมีห้องสมุดออนไลน์ต่าง  ๆ  ไว้บริการเพื่อให้ผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลและบริการอ่านหนังสือใหม่ ๆ  ที่มีในห้องสมุดต่าง ๆ
            6.  ด้านการผ่อนคลายบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น มีบริการเล่นเกม (Play  Games)  ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  ทำให้สามารถใช้บริการเกมออนไลน์ เพื่อให้ความบันเทิง  และการฝึกทักษะทางสมองซึ่งเกมออนไลน์  มีอยู่หลายประเภทด้วยกัน  เช่น  เกมเพื่อการศึกษา ฯลฯ  
            7.  ด้านการซื้อสินค้าบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นมีบริการซื้อสินค้าและบริการ
ต่าง ๆ  (Shopping) ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งจะมีระบบการซื้อขายสินค้าผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์  โดยผู้ที่ต้องการเข้าไปซื้อสินค้าในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นทำการเลือกรายการสินค้าที่มีไว้บริการแล้วทำการสั่งจ่ายโดยใช้บัตรเครดิตได้ทันที ซึ่งจะทำให้การซื้อขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
            8.  ด้านการความบันเทิงบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นมีบริการดูโทรทัศน์และ
ฟังเพลง (Watch TV. And  Listen Music) ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  ซึ่งบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสามารถดูโทรทัศน์ฟังวิทยุ  หรือดูรายการถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ
            9.  ด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล  มีบริการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร (Exchange  Message) ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  เราสามารถรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-mail  กับผู้ใช้ บริการอินเทอร์เน็ตคนอื่น ๆ  ได้ทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว
            10.  ด้านการการสนทนาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นมีบริการสนทนาออนไลน์ (Chat)  ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตรวมทั้งบริการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือ
E-mail  จะได้รับความนิยมมากในขณะนี้  จะทำให้ผู้ที่ใช้บริการ Chat  สามารถที่จะพูดคุยกันได้โดยตรง เหมาะสำหรับการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว
            11.  ประโยชน์ด้านการเรียนทางไกลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น มีบริการเรียนทางไกลบนอินเทอร์เน็ต (Distance  Learning)  ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  ซึ่งในปัจจุบันมหาวิทยาลัยต่าง  ๆ  ในประเทศและต่างประเทศมีการใช้หลักสูตรการเรียนการสอนทางไกลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  ทั้งในระดับประกาศนียบัตร ปริญญาตรี  ปริญญาโท    และปริญญาเอก  โดยที่ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัย  แต่สามารถทำการเรียนผ่านระบบการเรียนการสอนทางไกลผ่านระบบออนไลน์เข้าสู่อินเทอร์เน็ตโดยเข้าเรียนตามวันและเวลาที่ทำการเรียนการสอน เช่น  วิชาคณิตศาสตร์  การสอนภาษาอังกฤษ  วิชาคอมพิวเตอร์  เป็นต้น
            12.  ด้านค้นหาที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น  มีบริการค้นหาที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  ซึ่งบนอินเทอร์เน็ตมีเว็บไซต์จำนวนมากที่ให้บริการค้นหาที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของบุคคล  องค์การ  บริษัท
ต่าง ๆ  เพียงแค่ป้อนข้อมูลของ บุคคลที่เราต้องการค้นหา  เช่น ชื่อและนามสกุล  ชื่อเมือง  
ชื่อรัฐ  และประเทศ   ลงในช่องที่กรอกข้อมูลก็สามารถที่จะทำการค้นหาได้

โทษของอินเทอร์เน็ต
            เมื่อเราทราบถึงประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่มากมายแล้ว  โดยทั่ว ๆ ไปสิ่งที่ประโยชน์นั้น ถ้าใช้มากเกินไปหรือใช้อย่างไม่ถูกวิธีก็จะเกิดโทษได้ เช่นการใช้อินเทอร์เน็ต  ซึ่งโทษของอินเทอร์เน็ตมีดังต่อไปนี้  คือ   
            โรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic)  ผู้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 อย่าง
เป็นเวลานานอย่างน้อย 1 ปี ถือได้ว่ามีอาการติดอินเทอร์เน็ต
1.  มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้น
2.  ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตได้
3.  รู้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลงหรือหยุดใช้
4.  ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหรือคิดว่าการใช้อินเทอร์เน็ตทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น
5.  หลอกคนในครอบครัวหรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตของตัวเอง
6.  ยังใช้อินเทอร์เน็ตถึงแม้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
7.  มีอาการผิดปกติ อย่างเช่น หดหู่ กระวนกระวายเมื่อเลิกใช้อินเทอร์เน็ต
8.  ใช้เวลาในการใช้อินเทอร์เน็ตนานกว่าที่ตัวเองได้ตั้งใจไว้

ความหมายของการเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง
            อดุลย์  วิริยเวชกุล (2541, หน้า 141) การเรียนรู้ด้วยการนำตนเองเป็นความสามารถของผู้เรียนในการแสวงหาคำตอบต่อสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง อาจจะได้รับความช่วยเหลือบ้าง เช่น การขอคำแนะนำในการหาแหล่งข้อมูลที่จะนำไปสู่การค้นหาคำตอบที่ต้องการ แต่ข้อมูลความรู้ต่าง ๆ นั้น ผู้เรียนจะต้องแสวงหามาด้วยตนเอง
            พิทักษ์  อักษร (2540, หน้า 6) กล่าวว่า การเรียนรู้ด้วยตนเอง คือ กระบวนการศึกษาและวิธีการเรียนรู้ ซึ่งผู้เรียนแต่ละคนสามารถคิดริเริ่มด้วยตนเอง วิเคราะห์ความต้องการที่จะเรียน กำหนดวิธีการที่จะใช้ในการเรียนรู้ กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนเหมาะสมกับความสามารถ รวมทั้งหาเกณฑ์ในการวัดและประเมินผลการเรียนสิ่งเหล่านั้นด้วย โดยอาศัยความช่วยเหลือจากผู้อื่น
            จากความหมายของการเรียนรู้ด้วยตนเองที่กล่าวมาพอสรุปได้ว่า การเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง หมายถึง การที่ผู้เรียนมีส่วนร่วม หรือถูกระตุ้นให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบควบคุมการเรียนรู้ด้วยตนเอง กำหนดเป้าหมายในการเรียนรู้ และปรับปรุงการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยผ่านกระบวนการวินิจฉัยของตนเองเองเพื่อกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาการเรียนของตนเอง รวมทั้งการวางแผนการเรียนรู้ว่าจะเรียนแบบไหนจึงจะตรงกับความต้องการของผู้เรียนให้มากที่สุด  รวมทั้งวิธีการประเมินผลบรรยากาศในการเรียนด้วยตนเองหรือร่วมมือกับผู้อื่นก็ได้


ลักษณะของการเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง
            การเรียนรู้ด้วยการนำตนเองนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในลักษณะของการเรียนการสอนโดยครูผู้สอน และเกิดขึ้นในลักษณะผู้เรียนเป็นผู้วางแผนการเรียนรู้ด้วยตนเองว่าผู้เรียนแต่ละคนที่ตั้งใจว่าจะทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ดังที่ตนตั้งใจไว้ให้ประสบผลสำเร็จ และเป็นความมุ่งมั่นอย่างหนึ่งที่ต้องการให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้  โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ทักษะของตนที่มีอยู่ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีในตนเอง ดังที่ เชาวลิต  ตนานนท์ชัย (2548) ได้กล่าวไว้ดังต่อไปนี้
            1.  เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากแรงจูงใจของแต่ละบุคคล อาจด้วยความจำเป็น ความต้องการหรือความสนใจก็แล้วแต่ คุณลักษณะเช่นนี้จะนำมาซึ่งการขวนขวายมุ่งมั่นและตั้งใจ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จของการเรียนรู้ (เชาวลิต  ตนานนท์ชัย, 2548) ซึ่งสอดคล้องกับ สมคิด  อิสระวัฒน์ (2538, หน้า 6) กล่าวไว้ว่า  มีความสมัครใจที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง (voluntarily to learn) มิได้เกิดจาการบังคับ แต่มีเจตนาที่จะเรียนด้วยความอยากรู้
            2.  เป็นความรู้ที่ถาวรเนื่องจากเป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการขวนขวายและศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน ถึงแม้จะมีหรือต้องพึ่งพาอาศัยผู้คอยแนะแนวหรือแนะนำบ้าง แต่โดยหลักการแล้วจะต้องพึ่งพาหรืออาศัยตนเองเป็นหลักด้วยหลักการแล้วจะต้องพึ่งพาหรืออาศัยตนเองเป็นหลักด้วยลักษณะดังกล่าวนี้จะช่วยให้การเรียนรู้ดังกล่าวติดตัวผู้เรียน
อย่างถาวร  (เชาวลิต  ตนานนท์ชัย, 2548) ซึ่งสอดคล้องกับ สมคิด  อิสระวัฒน์ (2538,
หน้า 6) กล่าวไว้ว่า  ใช้ตนเองเป็นแหล่งข้อมูลของตนเอง (self-resourceful) นั่นคือ ผู้เรียนสามารถบอกได้ว่าสิ่งที่ตนจะเรียนคืออะไร รู้ว่าทักษะและข้อมูลที่ต้องการหรือจำเป็น จำต้องใช้มีอะไรบ้างสามารถกำหนดเป้าหมาย วิธีการรวบรวมข้อมูลที่ต้องการ และวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ผู้เรียนต้องเป็นผู้จัดการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ด้วยตนเอง
            3.  สามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล เนื่องจากผู้เรียนมีอิสระที่เลือกและกำหนดหรือแผนการเรียนรู้ของตนเองตามความสนใจ ความถนัดรวมถึงความพร้อม
            กล่าวโดยสรุปลักษณะการเรียนรู้ด้วยการนำตนเองจะประสบความสำเร็จในการเรียนได้นั้นจะต้องมีการริเริ่มจากผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งผู้เรียนจะต้องกำหนดเป้าหมายใน
การเรียน การวางแผนการเรียน มีการกระทำอย่างระบบต่อเนื่อง โดยการพัฒนาตนเองไม่ใช่
การกระทำเพราะสถานการณ์บังคับ แต่ผู้เรียนจะเป็นผู้สร้างโอกาสที่จะเรียนรู้ขึ้นมาอาจจะกล่าวได้ว่าการเรียนรู้ด้วยการนำตนเองสามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องและตลอดชีวิต การเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากที่สุดในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกคน

บทบาทของระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง
            จากการศึกษาเรื่องระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต นั้นมีส่วนอย่างมากในการสนับสนุนแนวคิดเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง  โดยเฉพาะระบบ  e-learning  ซึ่งมีประโยชน์ต่อการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง   โดย โปรดปราน  พิตรสาธร, ปรางทอง  กฤตชญานนท์, ดรุณรัตน์  วิบุลศิลป์, ภาวิณี  บุญเกษมสันติ และเจนเนตร  มณีนาค (2545, หน้า 57) ได้กล่าวว่า การพัฒนาตนเองโดยผ่านระบบ e-learning  นั้นช่วยสนับสนุนการพัฒนาตนเองของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ ดังนี้
            1.  การมีอิสระส่วนตัว  (personal autonomy) รูปแบบของระบบ e-learning  ทำให้ผู้เรียนมีอิสระในความคิดเกี่ยวกับเป้าหมายหรือแผนการเรียน มีเสรีภาพในการเลือกเครื่องมือการเรียนสื่อที่ใช้ รวมไปถึงการกำหนดระยะเวลาและวิถีทางในการเรียน ผู้เรียนจำเป็นต้องฝึกฝนการควบคุมตนเอง และจะต้องมีวินัยต่อตนเองจึงจะสามารถทำให้การเรียนลุล่วงได้อย่างที่ต้องการ หรือเห็นว่าเหมาะสมส่งผลให้เกิดภาวการณ์เรียนอย่างเอกเทศ
            2.  การดำเนินการการเรียนด้วยตนเอง ผู้เรียนจะต้องดำเนินการจัดการเรียนด้วยทักษะ และความสามารถของผู้เรียนเอง โดยผู้เรียนจะต้องฝึกฝนที่จะควบคุมการทำงานอย่างอิสระ มีความรับผิดชอบ มีความคิดสร้างสรรค์ ผู้เรียนจะต้องรู้จักประเมินขีดความสามารถของตนเอง เพื่อนำไปสู่การเลือกระดับการเรียนที่เหมาะสม เนื่องจากไม่มีผู้ใดชี้แนะ ดังนั้นผู้เรียนจะต้องมีความเชื่อมั่นในตนเองมีการพัฒนาทักษะในการค้นหาและรับรู้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
            3.  การควบคุมการเรียนด้วยตนเอง  (learner-control of instruction) เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ e-learning  ผู้เรียนจะต้องดำเนินการการเรียนแบบเบ็ดเสร็จด้วยตนเอง เริ่มตั้งแต่การตัดสินใจว่าควรจะเรียนอะไรบ้าง เลือกวิธีการ และอุปกรณ์เครื่องมือในการเรียนรวมไปถึงเลือกการติดต่อสื่อสารในเรื่องอื่น ๆ ด้วย ซึ่งแตกต่างจากการเรียนการสอนในรูปแบบเดิม ๆ ซึ่งอยู่ในมือผู้สอนแต่เพียงผู้เดียว ส่งผลให้ผู้เรียนรู้สึกว่าขาดเสรีภาพและถูกจำกัดด้วยกรอบของความคิดของผู้สอน และผู้เรียนขาดแรงกระตุ้นที่จะเรียนรู้ โดยการค้นคว้าวิจัยด้วยตนเอง ซึ่ง  e-learning ในปัจจุบันได้สร้างความสะดวกสบายให้กับบุคคล
ที่ต้องการศึกษา หรือเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อนำความรู้มาใช้ประโยชน์ต่อตนเองในด้านต่าง ๆ ทั้งในเรื่องความรู้ในด้านวิชาการ เช่น วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น หรือการสร้างความรู้ให้ตนเองในด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง e-learning นั้นสามารถช่วยให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในการพัฒนาศักยภาพในด้านต่าง ๆ ของตนเองให้ก้าวหน้าขึ้นกว่าเดิม แต่ละบุคคลสามารถเลือกการเรียนรู้ หรือสิ่งที่สนใจได้ด้วยตนเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่ทำอยู่ กีฬา งานอดิเรก อาชีพ หรือแม้แต่สิ่งที่กำลังสนใจหรือต้องการสนใจที่จะเรียนรู้ในเรื่องใด นอกจากนั้น e-learning ช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลระดับโลก
            ข้อเสนอแนะในการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการใช้ระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อการสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ เพื่อเป็นการเรียนรู้ ค้นคว้าหาข้อมูลที่ตนเองไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งในระบบอินเทอร์เน็ตก็มีความรู้อยู่อย่างมหาศาล แต่การสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความระมัดระวังในเรื่องของข้อมูลที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย เช่น สื่อลากมกในระบบอินเทอร์เน็ต ก็ยังเป็นปัญหาสังคมที่ยังต่อแก้ไขกันต่อไป การจะสืบค้นข้อมูลทุกอย่าง จะต้องมีวิธีการสืบค้นที่ถูกต้อง และระมัดระวังในเรื่องของไวรัสที่จะมาจากระบบอินเทอร์เน็ต ก็เป็นปัญหาที่สำคัญเช่นกัน ที่ทุกคนจะต้องป้องกันโดยการติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสที่เครื่องคอมพิวเตอร์ และทำการสแกนทุกครั้งที่ใช้ระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งในข้อเสนอแนะในการใช้ระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองมีการสืบค้นข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักการสืบค้น ก็จะส่งผลให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
            เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว  ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีอิทธิพลและมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ หรือแม้แต่ในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  ให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดขององค์กรนั้น และจะเกิดผลดีมากที่สุดถ้าองค์กรสามารถสร้างบุคลากรในองค์กรให้มีคุณสมบัติที่เป็นบุคคลที่เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำให้การศึกษาเปิดกว้างกระจายไปได้กว้างไกล นำสังคมให้เปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ เทคโนโลยีในเว็บได้สร้างหนทางของการประยุกต์ใช้เพื่อการศึกษามากขึ้นโดยเฉพาะการพัฒนามัลติมีเดียบนเว็บ ทำให้สามารถแสดงผลเพื่อตอบสนองกระบวนการเรียนรู้ตามแนวการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์โดยการเรียนรู้ร่วมกันก่อให้เกิดการเพิ่มศักยภาพของบุคลากรในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อการพัฒนาตนเอง องค์กรและประเทศชาติต่อไปในอนาคต


บรรณานุกรม
เชาวลิต  ตนานนท์ชัย. (2548). การเรียนรู้ด้วยตนเอง: การเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับสังคม
            ปัจจุบัน. ค้นเมื่อ 11 มีนาคม 2552, จาก http://dnfe5.nfe.go.th/localdata/
            Webimags/story15necessary.html.
โปรดปราน  พิตรสาธร. ปรางทอง  กฤตชญานนท์, ดรุณรัตน์  วิบุลศิลป์, ภาวิณี
บุญเกษมสันติ และเจนเนตร  มณีเนตร. (2545). ที่นี่ e–Learning.
กรุงเทพมหานคร: TJ Book.
พิทักษ์  อักษร. (2540). ลักษณะการเรียนรู้ด้วยการนำตนเองของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา
            มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต., มหาวิทยาลัย
            มหาสารคาม.
มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต. (2550). เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์. ค้นเมื่อ 11 มีนาคม 2552, จาก http://dusithost.dusit.ac
.


อ้างอิง
พรชนิตว์ รอดพร้อม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น